มูลนิธิชาวคริสต์ศาสสนิกชนดั้งเดิม(ออร์โธด็อกซ์)ในประเทศไทย ขอเชิญชวนชายหนุ่มอายุตั้งแต่ 17 ถึง 27 ปี สัญชาติไทย ที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ของคริสตจักร ความรู้เกี่ยวกับพระธรรมบัญญัติของพระเจ้า การศึกษาภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษ ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อเข้าร่วมการอบรมในชั้นเตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาในมูลนิธิ ที่กรุงเทพฯ ในปีการศึกษา 2012-2013 พร้อมกับโอกาสในการศึกษาต่อที่ประเทศรัสเซีย ที่ มหาวิทยาลัยศาสนศาสตร์คริสเตียนออร์โธด็อกซ์ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตราบจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีและระดับสูงต่อๆไป
ตลอดช่วงเวลาการศึกษาและอบรมที่กรุงเทพฯและที่ประเทศรัสเซีย นักศึกษาจะได้รับสิทธิพักอาศัยและอาหารฟรี ตลอดจนรับทุนการศึกษาเป็นจำนวนเงิน 4000 บาทต่อเดือน และในระหว่างการศึกษาที่ประเทศรัสเซีย นักศึกษาจะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับฟรีทุกปี
เมื่อจบหลักสูตรการศึกษา นักศึกษาจะได้รับโอกาสในการทำงานต่อในหน่วยงานต่างๆของมูลนิธิชาวคริสต์ดั้งเดิม(ออร์โธด็อกซ์)แห่งประเทศไทย ที่สำนักงานที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา หรือราชบุรี
หากต้องการทราบข้อมูลใดๆเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์ 085-879-0329 (บาทหลวงดนัย วรรณะ ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และรัสเซีย)
อีเมล์:
การอ้างอิงทางประวัติศาสตร์
ความเป็นมาของการเริ่มก่อตั้งศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อที่จะตอบสนองแก่ข้อเรียกร้องของเหล่าชาวคริสต์เตียนออร์โธด็อกซ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งโดยมากแล้วเป็นพลเมืองของอดีตสหภาพโซเวียต ผู้คนเหล่านี้พักอาศัยไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองจากหลายเหตุผลต่างๆ ด้วยกัน ดังนั้นสภาสงฆ์แห่งสังฆมณฑลคริสต์เตียนออร์โธด็อกซ์รัสเซีย (สังฆมณฑลแห่งกรุงมอสโคว์)ได้มีการประชุมหารือในวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ มีมติขอการดำเนินการจัดตั้งศาสนจักรขึ้นในกรุงเทพฯโดยศาสนกักรแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในนามแห่งนักบุญนิโคลัส และในการณ์นี้ได้มีการแต่งตั้งท่านบาทหลวงจากจังหวัดยาโรสลาฟว์ พระเจ้าประคุณ คุณพ่อโอเล็กซ์ เชียรีพานิน เพื่อเป็นบาทหลวงประจำศาสนจักรแห่งใหม่นี้
การก่อตั้งและพัฒนาคริสต์ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์เป็นไปอย่างยากลำบาก บางครั้งเรียกได้ว่าเหมือนในละคร การออกกฎหมายไม่ได้ระบุว่านิกายออร์โธด็อกซ์เป็นนิกายหนึ่งของศาสนาคริสต์เนื่องจากนิกายออร์โธด็อกซ์ยังไม่เป็นที่รู้จักมักคุ้นในประเทศไทยในขณะนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ พระสังฆราชคิรีล สังฆนายกสงฆ์แห่งเมืองสโมเลนส์คและคาลินินกราดแห่งประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประธานสงฆ์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัสเซียได้เสด็จเยือนกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการผลลัพธ์ในการเยือนครั้งนั้น ศาสนจักรแห่งนักบุญนิโคลัสได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นตัวแทนของโบสถ์รัสเซียออร์โธด็อกซ์คริสต์เตียน (ศาสนจักรแห่งมอสโคว์) และท่านบาทหลวงโอเล็กซ์ เชียรีพานิน เป็นผู้แทนแห่งโบสถ์รัสเซียออร์โธด็อกซ์คริสต์เตียนในประเทศไทย เป็นผู้แนะแนวทางจิตวิญญาณ แก่หมู่ประชาชนชาวออร์โธด็อกซ์คริสต์เตียน ถึงในสาธารณรัฐประชาธิปไตประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นเวลายาวนานกว่า ๙ ปี ของการยืนหยัดการทำงานและการสวดอธิษฐานเพื่อที่จะเปลี่ยนให้ประชาชนชาวไทยหันมายอมรับในนิกายออร์โธด็อกซ์ ในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ภายหลังกว่า ๗ เดือน ของการตรวจสอบโดยหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย โบสถ์รัสเซียออร์โธด็อกซ์คริสต์เตียนจึงได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นองค์เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางสังคมและศาสนา
ในเวปไซต์แห่งนี้ทางทีมงานของศาสนจักรและคณะกรรมการแห่งคริศต์จักรรัสเวียออร์โธด็อกซ์ ซึ่งรวมทั้งชาวไทย รัสเซียน โรมาเนียน กรีก ฝรั่งเศส และอื่น ๆ อีกหลายเชื้อชาติจะเล่าเกี่ยวกับชีวิตทางศาสนาของพวกเขาที่ดำเนินในประเทศไทย ความเป็นมาและวัฒนธรรมของประเทศ
คริสต์ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์แห่งรัสเซีย มีความหมายอย่างที่สุดสำหรับชาวคริสต์เตียนออร์โธด็อกซ์ทุกๆคน ตั้งแต่ถือกำเนิดในประเทศไทยโดยปราศจากข้อสงสัย องค์พระประมุขของศาสนจักรคือพระอัครสังฆราชอเล็กเซที่ ๒ แห่งกรุงมอสโคว์และสหพันธรัฐรัสเซียทั้งปวง และพระองค์ก็ทรงเป็นองค์พระอัครสังฆราชของพวกเราด้วยเช่นกัน ภายหลังจากการศึกษาเวปไซต์นี้อย่างละเอียด แล้ว สามารถเห็นได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศไทย (ครั้งยังเป็นสยามประเทศ) มีความพิเศษและมีแง่มุมในหลาย ๆ ด้าน นับตั้งแต่มิตรภาพส่วนพระองค์ที่เห็นได้แจ่มชัดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งราชวงค์จักรี และจักรพรรดิ์นิโคลัสที่ ๒ แห่งราชวงค์โรมานอฟ ซึ่งภายหลังถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นนักบุญ ได้ทรงเจริญสัมพันธไมตรีและมีความร่วมมือกันระหว่างพลเมืองของทั้งสองประเทศ แม้แต่ช่วงปีของการซบเซา ไม่เชื่อในพระเจ้า และเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าเข้าครอบงำประเทศรัสเซีย สิ่งนี้ก็มิอาจทำลายความรู้สึกดี ๆ ของประชาชนทั้งสองประเทศได้ ในการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ใน ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ และการเสด็จเยือนประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้เสริมสร้างโซ่ทองแห่งประวัติศาสตร์ ที่จะเกี่ยวดองสองชนชาติของทั้งสองประเทศไว้ด้วยกันสืบต่อไป